เวลาเราไปซื้ออาหารปลาดุก เวลาไปถามตามร้านค้าว่า กระสอบละเท่าไหร่ กระสอบหนึ่งมีกี่กิโล เพราะต้องเอาไปคำนวณทั้งค่าอาหารและจำนวนกระสอบที่ต้องเตรียมไว้ในแต่ละรอบการเลี้ยง แต่คำว่า “1 กระสอบ” ไม่ได้หมายความว่าทุกยี่ห้อจะน้ำหนักเท่ากันหมด แม้ขนาด 20 กิโลกรัมจะพบได้บ่อยในกระสอบอาหารปลาดุกสำเร็จรูป แต่ก่อนซื้อควรดูน้ำหนักสุทธิและสูตรอาหารบนฉลากทุกครั้ง ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเลือกอาหารให้เหมาะกับช่วงอายุของปลา และเก็บกระสอบให้พ้นความชื้น เพราะต่อให้อาหารยังไม่หมดอายุ หากเก็บไว้ไม่ดี คุณภาพของอาหารปลาดุกอาจเปลี่ยนไปได้
อาหารปลาดุก 1 กระสอบมีกี่กิโล? ทำไมแต่ละยี่ห้อ แต่ละสูตรจึงไม่เท่ากัน
ถ้าถามว่า กระสอบอาหารปลาดุกมีกี่กิโล คำตอบคือ ไม่มีน้ำหนักที่เป็นมาตรฐานเดียวกันที่อาหารปลาดุกทุกยี่ห้อจะใช้ แต่โดยส่วนมากที่จะพบได้บ่อยและคุ้นเคยที่สุดคือกระสอบขนาด 20 กิโลกรัม ตัวอย่างเอกสารจัดซื้อของกรมประมงระบุทั้งอาหารปลาดุกเล็กและอาหารปลาดุกใหญ่ในขนาดบรรจุ 20 กิโลกรัมต่อกระสอบ อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตแต่ละรายสามารถกำหนดน้ำหนักบรรจุและสูตรสินค้าแตกต่างกันได้ จึงควรยึดน้ำหนักสุทธิบนฉลากของสินค้าที่ซื้อเป็นหลัก ไม่ควรเห็นว่าเป็น “กระสอบอาหารปลา” แล้วคาดว่าแต่ละใบต้องหนักเท่ากันทั้งหมด
ในมุมของบรรจุภัณฑ์ก็เช่นเดียวกัน กระสอบขนาดเดียวกันไม่ได้เหมาะกับสินค้าในน้ำหนักเดียวกันเสมอ เพราะอาหารเม็ดแต่ละสูตรอาจมีขนาดเม็ดและปริมาตรต่างกัน หากเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่กำลังเลือกบรรจุภัณฑ์ ควรทดลองบรรจุสินค้าจริงก่อนกำหนดขนาดกระสอบ โดยสามารถใช้ ตารางขนาดกระสอบ เป็นข้อมูลตั้งต้น แล้วค่อยปรับให้เข้ากับปริมาตรของอาหารจริง ทาง SV Polysack มีตารางขนาดตั้งแต่กระสอบขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ แต่ตัวเลขน้ำหนักควรใช้เป็นค่าประมาณสำหรับการเลือกเบื้องต้น ไม่ใช่แทนการทดลองบรรจุสินค้า
ปลาดุกเล็ก ปลาดุกกลาง และปลาดุกโต ควรเลือกอาหารแบบไหน?
อาหารปลาดุกไม่ได้แบ่งสูตรขึ้นมาเพื่อให้มีตัวเลือกหลากหลายเท่านั้น แต่ปลาดุกในแต่ละช่วงการเจริญเติบโตต้องการลักษณะอาหารต่างกัน โดยเฉพาะขนาดเม็ดและระดับสารอาหาร เอกสารฝึกอบรมของกรมประมงมีตัวอย่างการแบ่งอาหารเป็น
- อาหารปลาดุกเล็กพิเศษสำหรับปลาขนาดประมาณ 3 เซนติเมตรถึงอายุ 1 เดือน
- อาหารปลาดุกเล็กสำหรับช่วงอายุประมาณ 1–3 เดือน
- อาหารปลาดุกใหญ่ตั้งแต่อายุประมาณ 3 เดือนไปจนถึงช่วงส่งตลาด
ขณะที่คู่มืออีกชุดของกรมประมงแนะนำอาหารเม็ดลอยน้ำที่มีโปรตีนสูงกว่าในช่วงแรก และลดลงเมื่อปลาโตขึ้น
| ช่วงปลา | แนวทางเลือกอาหาร |
|---|---|
| ลูกปลาหรือปลาเล็กมาก | เลือกอาหารที่ผู้ผลิตระบุสำหรับปลาเล็ก โดยขนาดเม็ดอาหารควรเหมาะกับขนาดปากปลา |
| ปลาดุกช่วงโต | เลือกสูตรสำหรับปลาดุกเล็กหรือช่วงโต โดยพิจารณาจากอายุ ขนาดปลา และคำแนะนำบนฉลากอาหาร |
| ปลาดุกขนาดใหญ่ | เลือกสูตรสำหรับปลาดุกโตหรือช่วงขุนก่อนจำหน่าย ตามขนาดปลาและคำแนะนำของผู้ผลิตอาหาร |
ไม่ควรเปลี่ยนสูตรโดยดูจากอายุเพียงอย่างเดียว เพราะอัตราการโตของปลาแต่ละบ่อไม่เท่ากัน ทั้งความหนาแน่น คุณภาพน้ำ และการให้อาหารล้วนมีผล วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูขนาดปลาจริงควบคู่กับคำแนะนำบนฉลากอาหาร และสังเกตว่าปลากินอาหารได้หมดหรือมีเม็ดอาหารเหลือลอยอยู่ในบ่อ หากอาหารเหลือเป็นประจำก็ควรตรวจทั้งปริมาณอาหารและขนาดเม็ดที่ใช้อยู่
ทำไมอาหารปลาดุกจึงนิยมบรรจุในกระสอบพลาสติกสาน?
อาหารปลาดุกสำเร็จรูปเป็นสินค้าที่ต้องเคลื่อนย้ายครั้งละเยอะๆ หลายกิโลกรัม บรรจุภัณฑ์จึงต้องรองรับทั้งน้ำหนัก การเรียงซ้อน และการขนส่ง กระสอบพลาสติกสาน PP เป็นรูปแบบหนึ่งที่มักใช้กับอาหารสัตว์ เพราะสามารถผลิตได้เยอะ หลายขนาด เลือกความแน่นของการทอ ราคาคุ้มค่าและการเลือกรูปแบบงานพิมพ์ให้เหมาะกับสินค้าของแต่ละแบรนด์ได้ SV Polysack มีทั้งหน้าสำหรับ กระสอบอาหารปลา โดยเฉพาะ และหมวด กระสอบอาหารสัตว์ สำหรับอาหารปลา อาหารหมู อาหารไก่ และอาหารสัตว์ประเภทอื่น
แต่จุดที่ต้องแยกให้ออกคือ ตัวกระสอบ PP สานทั่วไปไม่ได้ทำหน้าที่เป็นระบบป้องกันความชื้นแบบปิดสนิทโดยอัตโนมัติ หากสูตรอาหารไวต่อความชื้น หรือมีระยะเวลาจัดเก็บค่อนข้างนาน ผู้ผลิตควรพิจารณาโครงสร้างกระสอบร่วมกับการเคลือบหรือถุงซับในตามความเหมาะสม และต้องดูทั้งรอยเย็บกับวิธีปิดปากกระสอบด้วย ไม่ควรเลือกจากคำว่า “กระสอบเคลือบ” เพียงอย่างเดียว
เก็บอาหารปลาดุกอย่างไรไม่ให้กระสอบชื้น อาหารจับตัวเป็นก้อน หรือเสื่อมคุณภาพ?
ปัญหาจากความชื้นไม่ได้มาจากกระสอบเพียงอย่างเดียว ทั้งสภาพโกดัง พื้น ผนัง หลังคา และการวางสินค้าก็มีผล กรมปศุสัตว์มีแนวทางตรวจสถานที่ผลิตอาหารสัตว์ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่เก็บอาหารสัตว์ การยกกระสอบพ้นพื้น การรักษาความสะอาด และการเก็บรักษาไม่ให้อาหารเสื่อมคุณภาพ ขณะที่แนวทางการเก็บสินค้าในกระสอบของ FAO ก็แนะนำให้วางบนพาเลท แยกออกจากพื้นและผนัง รวมถึงดูแลคลังให้แห้งและมีการระบายอากาศเหมาะสม.
เวลาเก็บอาหารปลาดุก ควรดูเรื่องหลัก ๆ เหล่านี้
- วางกระสอบบนพาเลทหรือชั้นรอง ไม่วางสัมผัสพื้นโดยตรง
- หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีน้ำรั่ว ความชื้นสูง หรือกระสอบอยู่ชิดผนัง
- หลังเปิดใช้ควรปิดปากกระสอบให้เรียบร้อย และไม่ปล่อยให้อาหารสัมผัสอากาศชื้นโดยไม่จำเป็น
- จัดสต็อกให้เห็นวันที่รับสินค้าและใช้ล็อตเก่าก่อนล็อตใหม่
- หากพบอาหารจับตัวเป็นก้อน มีกลิ่นผิดปกติ มีเชื้อรา หรือกระสอบเปียก ควรแยกออกและตรวจสอบก่อนนำไปให้ปลา
แนวทางแบบ First In, First Out หรือใช้สินค้าที่รับเข้าก่อนออกก่อน เป็นหนึ่งในหลักการจัดเก็บอาหารที่ช่วยลดการค้างสต็อก และการใช้พาเลทยังช่วยลดการสัมผัสความชื้นจากพื้นได้ด้วย. สำหรับผู้ที่เก็บกระสอบจำนวนมาก สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ เทคนิคการเก็บรักษากระสอบ
ผู้ผลิตอาหารปลาดุกควรเลือกกระสอบแบบไหนให้เหมาะกับสินค้าและการขนส่ง?
สำหรับอาหารปลาดุกที่ต้องการลดการสัมผัสความชื้นจากภายนอกมากกว่ากระสอบสานทั่วไป ลองพิจารณา กระสอบแบบเคลือบดูหรือโครงสร้างที่มีถุงซับใน แต่ก่อนสั่งผลิตควรทดลองใช้กระสอบกับอาหารจริง เพราะอาหารน้ำหนัก 20 กิโลกรัมเหมือนกัน ไม่ได้แปลว่าจะใช้กระสอบขนาดเดียวกันได้พอดีทุกสูตร โดยเฉพาะเมื่อขนาดเม็ดและปริมาตรของอาหารแตกต่างกัน
สำหรับ SV Polysack สามารถผลิตกระสอบพลาสติกสานสำหรับกลุ่มอาหารสัตว์ได้หลายรูปแบบ ทั้งการเลือกเนื้อกระสอบ ขนาดกระสอบและงานพิมพ์ตามรายละเอียดสินค้า หากเป็นผู้ผลิตอาหารปลาดุกที่กำลังจะทำบรรจุภัณฑ์ใหม่ การแจ้งน้ำหนักบรรจุ ตัวอย่างอาหารจริง รูปแบบการจัดเก็บและวิธีขนส่งตั้งแต่ต้น จะช่วยให้เลือกสเปกกระสอบได้ตรงกว่าการเลือกจากขนาดที่เคยใช้กับสินค้าอื่นเพียงอย่างเดียว
ช่องทางการติดต่อเพิ่มเติม
เว็บไซต์: svpolysack.com
เบอร์ติดต่อ: 095-991-1229
Line: @svpack
ช่วงเวลาให้บริการ:
08.00 – 18.00 น.

