กระสอบสารเคมี สำคัญอย่างไร เลือกวัสดุและโครงสร้างกระสอบให้เหมาะกับงานอุตสาหกรรม

กระสอบสารเคมี

ในโรงงานอุตสาหกรรม กระสอบอาจดูเหมือนเป็นเพียงบรรจุภัณฑ์ชิ้นหนึ่ง แต่ถ้าเลือกไม่เหมาะกับสินค้า ปัญหาที่ตามมาอาจมากกว่าค่ากระสอบหลายเท่า ทั้งสินค้ารั่วระหว่างขนส่ง ความชื้นเข้า กระสอบขาด ขณะขนย้ายหรือวัตถุดิบภายในปนเปื้อนจนไม่สามารถนำไปใช้งานต่อได้

การเลือก กระสอบสารเคมี จึงไม่ควรดูแค่ขนาดหรือน้ำหนักบรรจุ แต่ต้องพิจารณาตั้งแต่ลักษณะของสาร วัสดุที่ใช้ผลิตกระสอบ ชั้นเคลือบ ถุงซับใน ไปจนถึงวิธีปิดปากกระสอบ เนื้อหาในบทความนี้เน้นกระสอบสำหรับบรรจุสารเคมีและวัตถุดิบอุตสาหกรรมชนิดแห้ง เช่น ผง เม็ด หรือเกล็ด ส่วนสารเคมีชนิดเหลว สารกัดกร่อน หรือวัตถุอันตรายบางประเภท อาจต้องใช้บรรจุภัณฑ์เฉพาะและผ่านมาตรฐานเพิ่มเติม ไม่ควรเลือกใช้กระสอบพลาสติกทั่วไปโดยดูจากความแข็งแรงเพียงอย่างเดียว

กระสอบสารเคมีคืออะไร ทำไมเลือกใช้กระสอบแบบทั่วไปไม่ได้?

กระสอบสารเคมี คือ กระสอบที่ผลิตมาใช้สำหรับบรรจุ จัดเก็บ หรือขนส่งสารเคมีชนิดแห้ง รวมถึงวัตถุดิบที่นำไปใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงาน เช่น ผงแร่ สารเติมแต่ง เม็ดพลาสติก ปุ๋ย วัตถุดิบก่อสร้าง และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชนิดต่าง ๆ กระสอบที่เหมาะกับงานลักษณะนี้ต้องทำหน้าที่มากกว่ารองรับน้ำหนัก เพราะสินค้าบางชนิดมีผงละเอียดมาก สามารถเล็ดลอดตามช่องทอได้ ขณะที่บางชนิดไวต่อความชื้นหรืออากาศ หากเลือกโครงสร้างกระสอบไม่เหมาะสม สินค้าอาจจับตัวเป็นก้อน เสื่อมคุณภาพ หรือรั่วออกตามรอยเย็บระหว่างเคลื่อนย้าย

กระสอบพลาสติกสาน ผลิตจากเส้นพลาสติกที่นำมาทอขึ้นรูป จึงมีจุดเด่นเรื่องความเหนียว น้ำหนักเบา และรองรับการยกขนได้ดี แต่กระสอบสานแบบไม่เคลือบยังมีช่องว่างระหว่างเส้นทอ จึงไม่ได้เหมาะกับสารเคมีทุกประเภทโดยอัตโนมัติ ก่อนเลือกกระสอบจึงต้องตอบให้ได้ก่อนว่า สินค้าที่จะบรรจุต้องการเพียงความแข็งแรง หรือต้องการป้องกันฝุ่น ความชื้น อากาศ และการรั่วไหลร่วมด้วย

ก่อนเลือกกระสอบสารเคมี ต้องรู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับสินค้าบ้าง?

สำหรับกระสอบสารเคมี แค่น้ำหนัก สารเคมี 25 กิโลกรัม เพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอสำหรับกำหนดกระสอบได้ เพราะในหลักวิทยาศาสตร์ ต่อให้สารเคมีทั้งสองชนิดมีน้ำหนักเท่ากัน แต่อาจมีปริมาตร ความละเอียด และวิธีจัดเก็บที่อาจแตกต่างกันอย่างมาก

ข้อมูลที่ควรเตรียมและแจ้งก่อนสั่งผลิต

  • สินค้าเป็นผงละเอียด เม็ด หรือเกล็ด
  • ความหนาแน่นและปริมาตรของสินค้า
  • น้ำหนักที่ต้องการบรรจุต่อกระสอบ
  • สินค้าไวต่อความชื้น อากาศ หรือแสงหรือไม่
  • มีโอกาสรั่วผ่านช่องทอหรือรอยเย็บมากน้อยเพียงใด
  • ต้องจัดเก็บนานแค่ไหน
  • ขนส่งด้วยวิธีใด และมีการเรียงซ้อนกี่ชั้น
  • ต้องการพิมพ์ข้อมูลสินค้า คำเตือน หรือล็อตการผลิตบนกระสอบหรือไม่

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ ความเข้ากันได้ระหว่างสารที่บรรจุกับวัสดุของกระสอบ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบเอกสารข้อมูลความปลอดภัยหรือ SDS ของสารนั้น โดยเฉพาะข้อมูลด้านการจัดการ การเก็บรักษา ความเสถียร และการขนส่ง เพราะชื่อสินค้าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าควรใช้บรรจุภัณฑ์แบบใด เอกสาร SDS โดยทั่วไปมีหัวข้อเกี่ยวกับการจัดการและการเก็บรักษา รวมถึงข้อมูลการขนส่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจได้

สามารถอ่านหลักการเพิ่มเติมได้ที่บทความ วิธีเลือกกระสอบให้เหมาะกับสินค้า ซึ่ง SV Polysack แนะนำให้พิจารณากระสอบเคลือบหรือกระสอบ PP ที่มีถุง PE ซับใน สำหรับสินค้าชนิดผงและงานที่ต้องการลดการซึมผ่านของอากาศกับความชื้น

กระสอบ PP กระสอบเคลือบ และกระสอบมีถุงซับใน เลือกต่างกันอย่างไร?

กระสอบแต่ละโครงสร้างแก้ปัญหาคนละแบบ การเพิ่มชั้นเคลือบหรือถุงซับในไม่ได้แปลว่าจะดีที่สุดเสมอ แต่ต้องเพิ่มเมื่อสินค้าและกระบวนการใช้งานต้องการจริง

โครงสร้างกระสอบ จุดเด่น เหมาะกับงานลักษณะใด
กระสอบพลาสติกสาน PP เหนียว น้ำหนักเบา รองรับน้ำหนักและแรงจากการยกเคลื่อนย้ายได้ดี สินค้าชนิดเม็ดหรือวัตถุดิบที่ไม่ต้องควบคุมความชื้นมาก
กระสอบ PP เคลือบลามิเนต ช่วยลดการซึมผ่านของความชื้น ฝุ่น และสิ่งสกปรกจากภายนอก สินค้าที่ต้องการการปกป้องมากกว่ากระสอบพลาสติกสานทั่วไป
กระสอบ PP พร้อมถุง PE ซับใน เพิ่มชั้นป้องกันภายใน ช่วยลดการรั่วของผงและลดการสัมผัสกับอากาศ สินค้าชนิดผงละเอียด หรือวัตถุดิบที่ไวต่อความชื้น
กระสอบพร้อมถุงซับในชนิดพิเศษ สามารถเลือกคุณสมบัติของวัสดุให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของสินค้า สินค้าที่ไวต่อแสง อากาศ หรือมีเงื่อนไขการจัดเก็บเฉพาะ
หมายเหตุ: การเลือกกระสอบสารเคมีควรพิจารณาคุณสมบัติของสาร น้ำหนักบรรจุ ระยะเวลาจัดเก็บ และความเข้ากันได้กับวัสดุของกระสอบร่วมกัน

อ่านรายละเอียดเปรียบเทียบได้ที่ กระสอบเคลือบลามิเนตแตกต่างจากกระสอบพลาสติกทั่วไปอย่างไร

ขนาด ความหนา และการปิดปากกระสอบ ต้องดูร่วมกัน

ความเข้าใจที่พบได้บ่อยๆคือ สินค้าน้ำหนัก 25 กิโลกรัมควรใช้กระสอบขนาดเดียวกันทั้งหมด ซึ่งไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะวัตถุดิบแต่ละชนิดมีความหนาแน่นที่ต่างกัน สินค้าที่มีน้ำหนักเท่ากันจึงอาจใช้พื้นที่ภายในกระสอบไม่เท่ากัน

การกำหนดสเปกควรพิจารณาร่วมกันอย่างน้อย 4 เรื่อง

1.ขนาดกระสอบ

ต้องสัมพันธ์กับปริมาตรของสินค้าจริง เมื่อบรรจุแล้วควรเหลือพื้นที่สำหรับปิดปากกระสอบอย่างเหมาะสม ไม่เต็มตึงจนรอยเย็บรับแรงมากเกินไป

2.ความถี่ในการทอและน้ำหนักเนื้อผ้า

มีผลต่อความแน่น ความแข็งแรง และการเล็ดลอดของผง การเพิ่มความหนาโดยไม่ดูรูปแบบการทออาจไม่ได้แก้ปัญหาตรงจุด

3.โครงสร้างชั้นเคลือบหรือถุงซับใน

ควรเลือกตามระดับการป้องกันที่สินค้าต้องการ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุกชั้นจนต้นทุนสูง หากสินค้าจริงไม่ได้ต้องการคุณสมบัตินั้น

4.รูปแบบปิดปากกระสอบ

การเย็บ การพับ หรือการซีลต้องสัมพันธ์กับลักษณะของสินค้าและเครื่องจักรในสายการผลิต เพราะกระสอบที่ดีแต่ปิดปากไม่เหมาะสมก็ยังเกิดการรั่วได้

โรงงานที่ต้องการสั่งผลิตควรนำตัวอย่างสินค้า น้ำหนักบรรจุ และรูปแบบการขนส่งมาพิจารณาร่วมกับผู้ผลิตกระสอบ การทดลองบรรจุก่อนผลิตล็อตใหญ่ช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าการเลือกจากตารางขนาดเพียงอย่างเดียว

เลือกกระสอบสารเคมีให้เหมาะ เริ่มจากข้อมูลจริงของสินค้า

กระสอบสารเคมีที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นกระสอบที่หนาหรือมีโครงสร้างซับซ้อนที่สุด แต่ต้องเป็นกระสอบที่เหมาะกับสินค้าและสามารถนำไปใช้งานจริงได้

ก่อนสั่งผลิต ควรแจ้งข้อมูลให้ครบทั้งชนิดและลักษณะของวัตถุดิบ น้ำหนักบรรจุ ปริมาตร ความไวต่อความชื้น ระยะเวลาจัดเก็บ วิธีขนส่ง และปัญหาที่เคยพบกับกระสอบเดิม ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ผลิตประเมินได้ว่าควรใช้กระสอบ PP มาตรฐาน กระสอบเคลือบ หรือเพิ่มถุง PE ซับใน

SV Polysack รับผลิตกระสอบพลาสติกสานสำหรับสินค้าเกษตรและงานอุตสาหกรรม สามารถกำหนดขนาด รูปแบบการทอ การเคลือบ และงานพิมพ์ตามลักษณะการใช้งาน ผู้ประกอบการสามารถ ติดต่อ SV Polysack พร้อมแจ้งรายละเอียดสินค้าและปัญหาที่ต้องการแก้ เพื่อประเมินโครงสร้างกระสอบก่อนสั่งผลิตจริงครับ

Svpolysack logo

ช่องทางการติดต่อเพิ่มเติม

เว็บไซต์: svpolysack.com

เบอร์ติดต่อ: 095-991-1229

Line: @svpolysack

ช่วงเวลาให้บริการ:
08.00 – 18.00 น.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *