อาหารที่ใช้เลี้ยงวัวมีหลายชนิด ตั้งแต่หญ้าสด ฟาง หญ้าแห้ง พืชอาหารสัตว์ ไปจนถึงรำ ข้าวโพด มันเส้น และอาหารข้นสำเร็จรูป แต่ละอย่างให้สารอาหารและเหมาะกับการใช้งานต่างกัน จึงต้องเลือกให้เหมาะกับช่วงวัยและรูปแบบการเลี้ยงของวัวด้วย ส่วนอาหารที่ซื้อมาเก็บไว้เป็นกระสอบ โดยเฉพาะอาหารเม็ด รำ หรือวัตถุดิบอาหารสัตว์ ก็ควรจัดเก็บให้แห้งและพ้นความชื้น เพื่อไม่ให้อาหารเสื่อมคุณภาพก่อนนำมาใช้
วัวกินอะไรเป็นอาหารได้บ้าง? ตั้งแต่หญ้า ฟาง ไปจนถึงอาหารสำเร็จรูป
อาหารของวัวสามารถแบ่งง่าย ๆ เป็นอาหารที่ให้เยื่อใยหรือกากใยอาหารสูงเป็นหลัก และอาหารที่ใช้เสริมพลังงานหรือโปรตีน โดยอาหารที่พบได้บ่อยในฟาร์มมีทั้งของสด ของแห้ง และอาหารสำเร็จรูป ไม่จำเป็นว่าฟาร์มทุกแห่งต้องใช้เหมือนกันทั้งหมด เพราะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบในพื้นที่และรูปแบบการเลี้ยง
ตัวอย่างอาหารที่วัวกินได้
- หญ้าสด – เป็นอาหารหยาบที่ใช้เลี้ยงวัวทั่วไป เช่น หญ้าเนเปียร์ หญ้ากินนี หรือหญ้าพื้นเมือง ควรเลือกหญ้าที่สะอาดและไม่เน่าเสีย
- หญ้าแห้ง – เหมาะสำหรับเก็บไว้ใช้ในช่วงที่หญ้าสดมีน้อย หากเก็บในที่แห้งจะสามารถสำรองไว้ใช้ได้นานกว่าหญ้าสด
- ฟางข้าว – หาได้ง่ายหลังฤดูเก็บเกี่ยวและใช้เป็นอาหารหยาบได้ แต่คุณค่าทางอาหารค่อนข้างต่ำ จึงมักใช้ร่วมกับอาหารชนิดอื่นมากกว่าจะใช้เป็นอาหารหลักเพียงอย่างเดียว
- ต้นข้าวโพดและพืชอาหารสัตว์ – สามารถใช้ได้ทั้งแบบสด แห้ง หรือผ่านการหมัก ขึ้นอยู่กับวิธีจัดการอาหารของแต่ละฟาร์ม
- รำ ข้าวโพด และมันเส้น – เป็นวัตถุดิบที่ใช้เป็นแหล่งพลังงานในอาหารข้น แต่ต้องจัดสัดส่วนให้เหมาะ ไม่ควรให้แบบตามใจโดยไม่ดูสูตรอาหาร
- กากถั่วเหลืองและวัตถุดิบโปรตีน – นิยมใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารข้นเพื่อเพิ่มโปรตีนให้กับสูตรอาหาร
- อาหารสำเร็จรูปสำหรับวัว – มีทั้งสูตรสำหรับลูกวัว วัวโต วัวขุน และโคนม ควรเลือกตามประเภทของวัวและคำแนะนำของผู้ผลิต
- แร่ธาตุและน้ำสะอาด – นอกจากอาหารแล้ว วัวควรมีน้ำสะอาดให้กินอย่างเพียงพอ และอาจต้องเสริมแร่ธาตุตามความเหมาะสมของการเลี้ยง
กรมปศุสัตว์ระบุว่าหญ้าและฟางเป็นอาหารหยาบที่ใช้กับโคอย่างแพร่หลาย ขณะที่สูตรอาหารโคสามารถมีวัตถุดิบอย่างกากถั่วเหลือง มันเส้น รำ และข้าวโพดบดร่วมอยู่ด้วย ถ้าฟาร์มต้องรวบรวมฟางหรือวัตถุดิบทางการเกษตรจำนวนมาก การเลือก กระสอบสำหรับสินค้าเกษตร ให้เหมาะกับชนิดสินค้า จะช่วยให้การเก็บและขนย้ายเป็นสัดส่วนมากขึ้น
อาหารหยาบกับอาหารข้นต่างกันยังไง? วัวต้องกินแบบไหนมากกว่ากัน
เรามักจะได้เจอสองคำนี้บ่อยๆ เวลาต้องมาหาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารหัว ซึ่งสามารถเข้าใจได้ไม่ยาก ดังนี้
- อาหารหยาบ คืออาหารที่มีเยื่อใยสูง เช่น หญ้า ฟาง หญ้าแห้ง หรือพืชอาหารสัตว์ เป็นส่วนสำคัญต่อการทำงานของกระเพาะหมักและการเคี้ยวเอื้องของวัว
- อาหารข้น คืออาหารที่มีสารอาหารต่อปริมาณสูงกว่า มักใช้เสริมพลังงานหรือโปรตีน เช่น รำ ข้าวโพด มันเส้น กากถั่วเหลือง หรืออาหารข้นสำเร็จรูป
จุดสำคัญคือ อาหารข้นไม่ได้หมายความว่ายิ่งให้เยอะยิ่งดีต่อวัว เพราะถ้าวัวได้รับอาหารข้นมากเกินไป แต่กินอาหารหยาบไม่เพียงพอ ระบบในกระเพาะหมักของวัวอาจสูญเสียสมดุลและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกรดในกระเพาะได้ กรมปศุสัตว์จึงแนะนำการใช้อาหารหยาบร่วมกับอาหารข้นตามความเหมาะสมของโคแต่ละกลุ่ม
บางฟาร์มที่เลี้ยงอาจใช้ TMR หรืออาหารผสมครบส่วน ซึ่งเป็นการนำอาหารหยาบและอาหารข้นมาผสมกันในสัดส่วนที่คำนวณไว้แล้ว เพื่อให้วัวได้รับอาหารทั้งสองแบบได้เลย แต่สูตรที่ใช้ก็ต้องปรับตามความต้องการของสัตว์ ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกับวัวทุกตัว
ลูกวัว วัวโต และวัวขุน กินอาหารเหมือนกันไหม?
ต้องบอกเลยว่าวัวแต่ละช่วงวัยจะกินอาหารไม่เหมือนกัน เพราะเมื่อวัวโตขึ้น ทั้งระบบย่อยอาหาร น้ำหนักตัว และความต้องการของสารอาหารก็เปลี่ยนตามไปด้วย การเลือกอาหารให้เหมาะจึงควรดูว่าวัวต้องการกินอมากกว่าดูเพียงว่าอาหารนั้นเขียนว่าใช้สำหรับวัว
- ลูกวัว ช่วงแรกระบบกระเพาะยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงต้องจัดอาหารให้เหมาะกับอายุ และค่อย ๆ ปรับไปสู่อาหารหยาบเมื่อโตขึ้น
- วัวโต ควรกินอาหารหยาบเป็นพื้นฐาน เช่น หญ้าหรือฟาง แล้วเสริมอาหารอื่นตามสภาพร่างกายและการเลี้ยง
- วัวขุน มักได้รับอาหารข้นเพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตและการเพิ่มน้ำหนัก แต่ยังต้องมีอาหารหยาบในสัดส่วนที่เหมาะสมด้วย กรมปศุสัตว์เองก็อธิบายการเลี้ยงโคขุนโดยใช้อาหารหยาบร่วมกับอาหารข้น ไม่ได้ใช้แต่อาหารข้นเพียงอย่างเดียว
แต่ถ้าหากเป็นโคนม วัวตั้งท้อง หรือวัวที่มีปัญหาสุขภาพ การดูแลเรื่องอาหารควรใส่ใจมากยิ่งขึ้นตามน้ำหนัก สภาพร่างกาย และผลผลิต โดยเฉพาะฟาร์มที่ผสมอาหารเองควรมีผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสัตว์ช่วยดูสูตร
ซื้ออาหารวัวมาเป็นกระสอบ เก็บยังไงไม่ให้ชื้นหรือขึ้นรา
อาหารวัวแบบกระสอบไม่ได้เสียเพราะเก็บไว้นานอย่างเดียว แต่หลายครั้งเริ่มมีปัญหาจาก พื้นชื้น ผนังอับ หรือปากกระสอบที่เปิดทิ้งไว้ โดยเฉพาะอาหารเม็ด รำ และอาหารข้นที่รับความชื้นได้ง่าย ถ้าจะเก็บไว้หลายวันหรือหลายสัปดาห์ จุดเล็ก ๆ เหล่านี้ควรเช็กให้ครบตั้งแต่เอากระสอบเข้าคลัง
เก็บแบบนี้ ช่วยลดปัญหาอาหารชื้นได้มากขึ้น
-
ยกกระสอบขึ้นจากพื้น – ใช้พาเลทหรือชั้นรองแทนการวางบนพื้นปูนโดยตรง เพราะบริเวณพื้นมักเป็นจุดที่มีความชื้นสะสมได้ง่าย
-
เว้นระยะจากผนัง – ไม่ควรกองกระสอบแนบผนัง โดยเฉพาะมุมอับหรือผนังที่เคยมีปัญหาน้ำซึม ควรเหลือพื้นที่ให้อากาศไหลผ่านและตรวจสภาพได้ง่าย
-
ดูหลังคาและจุดน้ำรั่วก่อนดูจำนวนกระสอบ – ต่อให้เรียงสินค้าเรียบร้อย แต่ถ้าอยู่ใต้จุดที่มีน้ำหยดหรือละอองฝนเข้าได้ กระสอบด้านบนก็อาจเปียกและส่งความชื้นลงไปถึงชั้นล่าง
-
เปิดแล้วต้องปิดกลับ – อาหารที่ใช้ไม่หมดควรรวบหรือปิดปากกระสอบทุกครั้ง ไม่ควรเปิดค้างไว้ เพราะนอกจากความชื้นแล้ว ยังมีทั้งฝุ่น แมลง และสิ่งสกปรกที่อาจเข้าไปปะปนได้
-
ของเก่าออกก่อน ของใหม่ไว้หลัง – แยกล็อตและวันที่รับสินค้าให้เห็นชัด จะได้หยิบอาหารที่เข้ามาก่อนมาใช้ก่อน ลดปัญหากระสอบบางล็อตถูกเก็บจนลืม
-
อย่ารอให้ขึ้นราถึงค่อยตรวจ – ถ้ากระสอบเริ่มเปียก อาหารจับตัวเป็นก้อน สีเปลี่ยน หรือมีกลิ่นอับ ควรแยกออกมาตรวจทันที ไม่ควรรวมไว้กับกองปกติ
จำง่าย ๆ : พ้นพื้น – ไม่ชิดผนัง – ปิดปากกระสอบ – เช็กกลิ่นและความชื้น
อีกจุดที่มองข้ามกันบ่อยคือ ตัวกระสอบเอง หากใช้บรรจุอาหารสัตว์หรือวัตถุดิบที่ต้องเก็บในคลัง ควรเลือกกระสอบให้สัมพันธ์กับชนิดอาหารและสภาพการจัดเก็บ ไม่ใช่ดูเพียงขนาดหรือน้ำหนักบรรจุเท่านั้น
ส่วนกระสอบเปล่าที่ซื้อมาเตรียมบรรจุสินค้าเอง ก็ควรเก็บในพื้นที่แห้งและยกพ้นพื้นเช่นเดียวกัน สามารถดูแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ เทคนิคการเก็บรักษากระสอบ
ถ้าต้องบรรจุอาหารวัวเป็นกระสอบ ควรเลือกแบบไหน?
อาหารวัวมีทั้งแบบเม็ด รำ วัตถุดิบที่เป็นผง และวัตถุดิบหยาบ ลักษณะสินค้าไม่เหมือนกัน กระสอบที่ใช้จึงไม่ควรเลือกจากน้ำหนักบรรจุอย่างเดียว แต่ต้องดูด้วยว่าอาหารกินพื้นที่มากแค่ไหน มีฝุ่นหรือไวต่อความชื้นหรือไม่ และต้องผ่านการขนส่งแบบไหน
อยากเลือกได้ง่าย ๆ ให้ดูจากลักษณะอาหารก่อน
- อาหารเม็ด – เน้นกระสอบที่เนื้อผ้าสม่ำเสมอ รอยเย็บแข็งแรง และมีขนาดพอดีกับน้ำหนักที่ต้องการบรรจุ
- รำหรืออาหารที่มีความละเอียด – ควรดูความแน่นของการทอให้มากขึ้น หากสินค้ามีฝุ่นมากหรือไวต่อความชื้น อาจพิจารณากระสอบเคลือบหรือถุงซับในเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
- วัตถุดิบที่กินพื้นที่มาก – อย่าดูแค่จำนวนกิโลกรัม เพราะสินค้าน้ำหนักเท่ากันอาจใช้กระสอบคนละขนาด ควรทดลองบรรจุจริงก่อนสั่งจำนวนมาก
- อาหารวัวที่ทำขายภายใต้แบรนด์ – นอกจากเนื้อกระสอบแล้ว ควรเผื่อพื้นที่สำหรับพิมพ์ชื่อสูตร น้ำหนัก วิธีใช้ และข้อมูลสินค้าให้เห็นชัดบนบรรจุภัณฑ์
สำหรับผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่กำลังเลือกกระสอบ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กระสอบอาหารสัตว์ ซึ่งมีทั้งกระสอบสำหรับอาหารวัว อาหารปลา อาหารหมู และอาหารสัตว์ประเภทอื่น รวมถึงเลือกได้ทั้งแบบไม่เคลือบ แบบเคลือบ และงานพิมพ์ตามลักษณะสินค้า
สุดท้ายนี้ การเลี้ยงวัวให้ได้อาหารที่เหมาะไม่ได้จบแค่ว่า วัวกินอะไรเป็นอาหาร แต่ต้องดูตั้งแต่การเลือกอาหารหยาบและอาหารข้นให้เหมาะกับช่วงวัย ไปจนถึงการเก็บอาหารไม่ให้ชื้นหรือขึ้นราก่อนนำมาใช้ ส่วนผู้ที่ผลิตหรือแบ่งบรรจุอาหารวัวเอง การเลือกกระสอบให้ตรงกับชนิดอาหารก็ช่วยให้ทั้งการบรรจุ เรียงเก็บ และขนส่งทำได้ง่ายขึ้น หากยังไม่แน่ใจว่าควรใช้ขนาดหรือเนื้อกระสอบแบบใด SV Polysack สามารถช่วยแนะนำรูปแบบกระสอบตามน้ำหนัก ลักษณะอาหาร และการใช้งานจริงก่อนสั่งผลิตได้
ช่องทางการติดต่อเพิ่มเติม
เว็บไซต์: svpolysack.com
เบอร์ติดต่อ: 095-991-1229
Line: @svpack
ช่วงเวลาให้บริการ:
08.00 – 18.00 น.

